เผย 5 เคล็ดลับทอดปลาเมนู อาหาร เพิ่มความอร่อย

เชื่อว่าหลายบ้านต้องชื่นชอบและนิยมรับประทาน อาหาร ประเภทปลากันอยู่บ้างไม่มากก็น้อย ไม่ว่าจะเป็นปลานึ่ง ปลาลวกจิ้ม โดยเฉพาะเมนู อาหาร ประเภทปลาทอดที่หลายคนต้องชอบ ไม่ว่าจะเป็นปลาน้ำจืดหรือปลาทะเลก็ตาม แต่หลายคนมักจะกังวลกับปัญหาเรื่องความคาว ซึ่งหากมีกลิ่นคาวก็จะทำให้ความน่ากินนั้นลดน้อยลงไปได้ ดังนั้นจึงอยากจะแนะนำ 5 เคล็ดลับในการทอดปลาเมนู อาหาร ที่ช่วยเพิ่มความอร่อยให้กับทุกครัวเรือน โดยมี 5 เคล็ดลับง่ายๆ ที่สามารถทำได้ดังนี้

ทาเกลือ

ก่อนจะทำเมนู อาหาร ประเภทปลาทอดนั้นควรที่จะทาเกลือบางๆ ให้ทั่วตัวปลาเสียก่อน โดยการขอดเกล็ดปลา นำไส้ออกให้หมด ล้างปลาให้สะอาดซับให้แห้งและทาเกลือบนตัวปลาให้ทั่ว ซึ่งเกลือนั้นมีคุณสมบัติสำคัญคือช่วยน้ำมันไม่ให้กระเด็น อีกทั้งยังช่วยดับกลิ่นคาวปลาได้ดีอีกด้วย

เคล็ดลับทอดปลา

 

สะเด็ดน้ำ

ความกรอบในการทำเมนู อาหาร ประเภทปลาทอด เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ดังนั้นก่อนการทอดปลาทุกครั้งหลังจากการทำความสะอาดปลาแล้ว ควรซับตัวปลาให้แห้ง หรือวางพักไว้บนตะแกรงเพื่อให้สะเด็ดน้ำมากที่สุด เพราะหากน้ำหยดลงไปสัมผัสกับน้ำมันก็จะทำให้เกิดน้ำมันกระเด็นได้

น้ำมันเดือด

การทำ อาหาร ประเภทปลาทอดควรใช้น้ำมันที่เดือดอย่างพอเหมาะ โดยเลือกใช้กระทะทองเหลืองเพราะความร้อนสามารส่งผ่านได้เร็วขึ้น ตั้งน้ำมันให้เดือดด้วยอุณหภูมิที่ร้อนจัดจนน้ำมันเดือด หลังจากนั้นนำปลาที่เตรียมไว้ลงไปทอดให้สุก โดยสังเกตที่ตัวปลามีสีเหลืองทองน่ารับประทาน

ทอดหนังปลาก่อน

การทำ อาหาร ประเภทปลาทอดแนะนำให้ทอดในด้านที่มีหนังหย่อนลงไปในกระทะก่อน เพื่อให้ด้านหนังสุกก่อน และทำให้น้ำมันที่ใช้ในการทอดปลาไม่กระเด็น โดยใช้ตะหลิวกดตัวปลาเพื่อไม่ให้ตัวปลางอ สำหรับเคล็ดลับในการทอดปลาไม่ควรกลับตัวปลาบ่อยจนเกิดไป เพราะจะทำให้เนื้อปลาถลอกไม่น่ารับประทาน

เมนู อาหาร ประเภทปลาทอดถือเป็นเมนูยอดนิยมก็ว่าได้ เพราะปลาเป็นสัตว์น้ำที่หาง่ายและมีมากในประเทศไทย อีกทั้งยังเป็น อาหาร  สุขภาพที่คนไทยหันมานิยมรับประทานกันมากขึ้นด้วย เคล็ดลับในการทำเมนูปลา โดยเฉพาะเมนูปลาทอดนั้นสามารถทำได้โดยการทาเกลือเพื่อช่วยลดกลิ่นคาว ต้องให้สะเด็ดน้ำหรือซับให้แห้งก่อน ทอดในน้ำมันที่เดือดพอเหมาะไฟไม่แรงจนเกินไป และทอดด้านหนังปลาก่อนเพื่อความน่ารับประทาน และความกรอบความปลานานขึ้น

เนื้อผัดซอสหม่าหล่า

ส่วนผสมของเนื้อผัดซอสหม่าหล่า

1.เนื้อวัว จำนวน 100 กรัม

2.เห็ดฝาง จำนวน 1 ถ้วยเล็ก

3.กระเทียม จำนวน 6 กลีบ

4.ซอสหม่าหล่า จำนวน 2 ช้อนโต๊ะ

5.ซีอิ้วขาว จำนวน 1 ช้อนโต๊ะ

6.น้ำมันพืช จำนวน 2 ช้อนโต๊ะ

7.พริกชี้ฟ้าเขียวแดงหั่นเฉียง จำนวน 3 เม็ด

8.ต้นหอมหั่นท่อน จำนวน 1 ถ้วยเล็ก

9.แป้งข้าวโพด จำนวน 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1.ล้างเนื้อวัวให้สะอาดและหั่นเป็นชิ้นเล็กๆพอคำ หมักเนื้อด้วยแป้งข้าวโพด ซอสหม่าหล่า  ซีอิ้วขาว น้ำตาลทรายแล้วทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง

2.ให้ปอกเปลือกกระเทียมออก นำไปโขลกให้พอแตก ล้างเห็ดฝางให้สะอาด หั่นเป็นซีกๆ ถ้าชอบต้นหอมก็ให้หั่นเป็นท่อนๆ

3.ตั้งกระทะน้ำมันให้ไฟกลาง รอให้น้ำมันร้อน แล้วให้ใส่กระเทียมลงเจียวให้หอม ไม่ต้องรอให้กระเทียมเหลือง ให้ใส่เนื้อหมักลงไปผัดได้ทันที ถ้าชอบรสจัดบุบพริกขี้หนูลงผัดด้วยในขั้นตอนนี้ก็ได้หรือโรยด้วยผงซอสหม่าหล่าก็ได้ตามต้องการให้ผัดจนเนื้อสุก โรยด้วยต้นหอมแล้วหั่นเป็นท่อนๆ พริกชี้ฟ้าเขียวแดงหั่นเฉียง ชิมก่อนที่จะปรุงรสเพิ่ม เนื่องจากเนื้อที่หมักจะมีรสชาติจากการหมักอยู่แล้ว

ยำไข่ดาวซอสหม่าหล่า

เรามักจะได้ยินเมนูอาหารที่ชื่อว่า ยำไข่ดาว อยู่บ่อยๆ บางทานก็ชอบทานยำไข่ดาว เราลองมาปรับสูตรยำไข่ดาว มาเป็น ยำไข่ดาวซอสหม่าหล่า บ้างนะคะ

ส่วนผสมสำหรับการทำยำไข่ดาวซอสหม่าหล่า

1.ไข่ไก่จำนวน 3 ฟอง

2.พริกสดซอยจำนวน 1 ช้อนโต้ะ

3.หอมหัวใหญ่ซอยจำนวน 2 ช้อนโต้ะ

4.แครอทซอยจำนวน 2 ช้อนโต้ะ

5.มะเขือเทศหั่นจำนวน 1 ลูก

6.ต้นหอมซอยท่อนยาวจำนวน 1 ช้อนโต้ะ

7.น้ำมะนาวจำนวน 2 ช้อนโต้ะ

8.น้ำตาลจำนวน 2 ช้อนโต้ะ

9.น่้าปลาจำนวน 2 ช้อนโต้ะ

10.น้ำมันสำหรับทอดไข่

11.ซอสหม่าหล่าจำนวนตามความชอบของผู้ทานถ้าเข้มข้นก็ใส่มาก ถ้าทานไม่เผ็ดก็ใส่น้อย (หากอยากให้แซ่บกว่านี้ให้เติมผงหม่าหล่าไปด้วยเพื่อความเข้มข้นที่เพิ่มขึ้น

วิธีการทำยำไข่ดาว

1.ให้ ตั้งกระทะน้ำมันแล้วทอดไข่ดาวให้สุกกรอบ จากนั้นก็หั้นเป็นชิ้นๆพอคำ แล้วจัดวางใส่จาน

  1. เตรียมน้ำยำที่จะใช้ยำไข่ดาวโดยการผสม น้ำตาล น้ำปลา น้ำมะนาว และซอสหม่าหล่า (ผงหม่าหล่าหากจะใส่) ให้เข้ากัน หลังจากจากนั้นให้ใส่ หอมหัวใหญ่ ต้นหอม แครอท มะเขือเทศ แล้วคลุกส่วนผสมต่างๆเหล่านี้ให้เข้ากับน้ำยำ
  2. ให้ราดน้ำยำลงบนจานบนไข่ดาวที่เตรียมไว้ จัดจานให้สวยงาม พร้อมรับประทาน

ง่ายๆค่ะสำหรับเมนูอาหาร ที่ชื่อว่ายำไข่ดาวซอสหม่าหล่า ไม่มีอะไรซับซ้อน แค่แป๊ปเดียวก็ได้ทานอาหารเมนูใหม่แล้ว  ให้ลองไปทำทานกันดูนะคะ